ค้นหาโดเมนด้วย WHOIS
การค้นหา WHOIS แสดงว่าใครจดทะเบียนโดเมน สร้างเมื่อไร และหมดอายุเมื่อไร พร้อมเนมเซิร์ฟเวอร์และผู้รับจดทะเบียนปัจจุบัน ต่างจากการตรวจสอบ DNS ตรงที่ WHOIS ครอบคลุมข้อมูลการจดทะเบียน ส่วน DNS ครอบคลุมสิ่งที่โดเมนชี้ไปในปัจจุบัน
ตัวอย่าง: google.com, wikipedia.org, aculix.com
ข้อมูลโดเมน
ชื่อโดเมน:
aculix.com
ผู้รับจดทะเบียน:
NameCheap, Inc.
จดทะเบียนเมื่อ:
2015-12-07
หมดอายุเมื่อ:
2026-12-07
อัปเดตเมื่อ:
2025-11-10
สถานะ:
clientTransferProhibited
เนมเซิร์ฟเวอร์:
adi.ns.cloudflare.com, kip.ns.cloudflare.com
แต่ละช่องข้อมูลหมายถึงอะไร
- Registrar
- บริษัทที่ใช้ซื้อโดเมน เช่น GoDaddy หรือ Namecheap ทำหน้าที่บริหารจัดการการจดทะเบียนแทน registry
- จดทะเบียนเมื่อ
- วันที่โดเมนนี้ถูกจดทะเบียนครั้งแรก โดเมนที่มีอายุหลายปีให้ความรู้สึกต่างจากโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างชัดเจน
- หมดอายุเมื่อ
- วันที่การจดทะเบียนปัจจุบันจะสิ้นสุดลง หากพลาดการต่ออายุ โดเมนอาจหลุดสถานะแล้วถูกปล่อยให้ใครก็ได้จดทะเบียนใหม่
- อัปเดตล่าสุดเมื่อ
- ครั้งล่าสุดที่ข้อมูลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง เช่น การต่ออายุ การเปลี่ยน name server หรือการโอนย้าย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบนเว็บไซต์
- สถานะ
- รหัส EPP ที่บอกว่าโดเมนนี้ทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ในขณะนี้ เช่น ถูกล็อกไม่ให้โอนย้ายหรือไม่ อธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง
- Name server
- เซิร์ฟเวอร์ที่ตอบคำถาม DNS ของโดเมนนี้ การเปลี่ยนค่านี้คือการย้าย DNS ของโดเมนไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ถือครองการจดทะเบียนอยู่ก็ตาม
- Registrant
- บุคคลหรือองค์กรที่โดเมนนี้จดทะเบียนไว้ในนาม ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ข้อมูลส่วนนี้มักถูกปกปิด ดังนั้นการเห็นช่องว่างเปล่าตรงนี้จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดพลาด
WHOIS ทำงานอย่างไร
โดเมนทุกตัวอยู่ภายใต้ registry ซึ่งเป็นผู้ดูแลโซน .com หรือ .org ทั้งหมด และถูกขายให้คุณผ่าน registrar อีกทอดหนึ่ง WHOIS คือการรวบรวมข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายนี้เผยแพร่เกี่ยวกับการจดทะเบียนนั้น
WHOIS บอกว่าใครจดทะเบียนโดเมนนี้และจดทะเบียนเมื่อไร ส่วน DNS บอกว่าตอนนี้โดเมนนี้ชี้ไปที่ไหน โดเมนหนึ่งอาจมีข้อมูล WHOIS ที่ปกติดีแต่ไม่ได้ชี้ไปที่ใดเลย หรือเป็นในทางกลับกันก็ได้
โปรโตคอล WHOIS แบบข้อความเดิมกำลังถูกแทนที่ด้วย RDAP ซึ่งให้ข้อมูลชุดเดียวกันแต่อยู่ในรูปแบบที่มีโครงสร้างและเป็นมาตรฐาน คุณจะยังเห็นชื่อทั้งสองใช้งานคู่กันไป เพราะตอบคำถามเดียวกัน
ทำไมข้อมูลเจ้าของโดเมนมักถูกซ่อน
นับตั้งแต่ GDPR มีผลบังคับใช้ในปี 2018 registrar ส่วนใหญ่จะปกปิดข้อมูลติดต่อส่วนบุคคลของโดเมนไว้เป็นค่าเริ่มต้น การเห็นช่อง registrant ระบุว่า 'Redacted for Privacy' จึงเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ไม่ใช่สัญญาณของความผิดปกติแต่อย่างใด
registrar หลายรายยังขายบริการความเป็นส่วนตัวที่นำข้อมูลของผู้ให้บริการเองมาแสดงแทนข้อมูลเจ้าของจริง ดังนั้นแม้แต่โดเมนที่บริษัทจริงเป็นเจ้าของก็อาจแสดงข้อมูลติดต่อของตัวกลางแทนชื่อจริงได้
ข้อมูล registrar วันที่ต่าง ๆ สถานะ และ name server ยังคงเปิดเผยต่อสาธารณะ สิ่งที่หายไปมีเพียงชื่อและที่อยู่ของบุคคล ไม่ใช่โครงสร้างของการจดทะเบียนทั้งหมด
รหัสสถานะโดเมนที่พบบ่อย
clientTransferProhibited- registrar ได้ล็อกโดเมนไม่ให้โอนย้ายไปยัง registrar อื่น เป็นสถานะที่พบได้ทั่วไปและถือว่าปกติ เพราะช่วยป้องกันการโอนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
clientHold- registrar ได้แจ้งให้ registry หยุดตอบสนอง DNS ของโดเมนนี้ ทำให้เว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ มักเกิดจากการต่ออายุที่ยังไม่ได้ชำระเงินหรือมีข้อพิพาท
clientUpdateProhibited- การแก้ไขข้อมูลการจดทะเบียนถูกบล็อกไว้ ซึ่งมักเป็นการล็อกความปลอดภัยที่เจ้าของโดเมนเปิดใช้งานเอง
pendingDelete- โดเมนกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายก่อนถูกยกเลิกการจดทะเบียนและจะถูกปล่อยออกในไม่ช้า อาจไม่สามารถต่ออายุได้อีกแล้ว
redemptionPeriod- ช่วงเวลาผ่อนผันหลังโดเมนหมดอายุ ซึ่งเจ้าของยังสามารถกู้คืนโดเมนได้ โดยมักต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ก่อนที่โดเมนจะถูกปล่อยออกไปจริง
ok- ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ตั้งไว้ โดเมนสามารถอัปเดต โอนย้าย หรือลบได้ตามปกติ
WHOIS ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ตรวจสอบวันหมดอายุและสถานะก่อนจ่ายเงินซื้อโดเมนเสมอ โดเมนที่อยู่ในสถานะ redemptionPeriod หรือ pendingDelete ไม่ได้พร้อมขายจริง ๆ ไม่ว่าประกาศขายจะเขียนไว้ว่าอย่างไรก็ตาม
วันที่จดทะเบียนช่วยให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าโดเมนนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีประโยชน์เมื่อคุณกำลังพิจารณาพันธมิตร ลิงก์ backlink หรือผู้ส่งอีเมลที่คุณไม่รู้จัก
ข้อมูล registrar และช่องทางติดต่อสำหรับแจ้งเรื่องละเมิดยังคงแสดงอยู่ แม้ข้อมูลเจ้าของจะไม่แสดงก็ตาม นี่คือช่องทางที่คุณใช้แจ้งโดเมนที่ใช้ฟิชชิงหรือส่งสแปม
คำถามที่พบบ่อย
การค้นหา WHOIS แสดงข้อมูลอะไรบ้าง
ผลลัพธ์ทั่วไปมีผู้รับจดทะเบียน วันที่สร้าง วันหมดอายุ และวันอัปเดตล่าสุด รหัสสถานะของโดเมน และเนมเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนดไว้ อาจมีข้อมูลติดต่อของผู้ถือครองโดเมน ผู้ติดต่อด้านบริหาร และด้านเทคนิคด้วย หากรีจิสทรีหรือผู้รับจดทะเบียนเปิดเผยเป็นสาธารณะ
ทำไมข้อมูลติดต่อของผู้ถือครองโดเมนมักถูกซ่อน
ปัจจุบันผู้รับจดทะเบียนส่วนใหญ่ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือครองเป็นค่าตั้งต้น เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวอย่าง GDPR หรือมีบริการความเป็นส่วนตัวแบบเสียเงินที่แทนที่ด้วยข้อมูลติดต่อของตัวแทน การจดทะเบียนในนามองค์กรมักแสดงข้อมูลติดต่อจริงบ่อยกว่าการจดทะเบียนโดยบุคคล
WHOIS กับ DNS ต่างกันอย่างไร
WHOIS รายงานข้อเท็จจริงด้านการจดทะเบียนของโดเมน: ใครจด จดกับผู้รับจดทะเบียนรายใด และถึงเมื่อไร
ส่วน DNS รายงานว่าโดเมนชี้ไปที่ไหนจริง ๆ ในตอนนี้ เช่น เรกคอร์ด A หรือ MX
โดเมนหนึ่งอาจมีข้อมูล WHOIS ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ขณะที่เรกคอร์ด DNS กลับชี้ไปที่ที่ไม่คาดคิด หรือกลับกันก็ได้
ทำไมข้อมูล registrant ถึงถูกซ่อน
เป็นผลจากกฎด้านความเป็นส่วนตัว นับตั้งแต่ปี 2018 registrar ส่วนใหญ่จะปกปิดข้อมูลติดต่อส่วนบุคคลไว้เป็นค่าเริ่มต้น และเจ้าของโดเมนจำนวนมากยังซื้อบริการความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมอีกด้วย ข้อมูล registrar และวันที่ต่าง ๆ ยังคงแสดงอยู่ แต่ตัวบุคคลมักไม่แสดง
สามารถหาได้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของโดเมน
ปัจจุบันแทบจะไม่สามารถรู้ชื่อจริงได้อีกแล้ว WHOIS จะแสดงข้อมูล registrar และบางครั้งก็มีชื่อองค์กรด้วย สำหรับโดเมนที่ถูกปกปิดข้อมูล ช่องทางเดียวที่เข้าถึงได้คือติดต่อผ่านช่องทางแจ้งเรื่องละเมิดของ registrar และมีเพียงคำร้องขอทางกฎหมายเท่านั้นที่จะเปิดเผยตัวเจ้าของจริงได้
WHOIS กับ RDAP ต่างกันอย่างไร
ข้อมูลเหมือนกัน เพียงแต่รูปแบบใหม่กว่า RDAP คือส่วนที่เข้ามาแทนที่โปรโตคอล WHOIS แบบข้อความอิสระรูปแบบเดิม ด้วยรูปแบบที่มีโครงสร้างและเป็นมาตรฐาน ขณะนี้ registry ต่าง ๆ กำลังทยอยเปลี่ยนมาใช้ RDAP แต่ข้อมูลที่คุณได้รับยังคงเหมือนเดิม
จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าโดเมนหมดอายุเมื่อไร
วันหมดอายุที่แสดงอยู่ตรงนี้คือคำตอบ แต่ควรรู้ไว้ว่าโดเมนมักยังกู้คืนได้ในช่วงเวลาผ่อนผันหลังวันหมดอายุนั้น ดังนั้นโดเมนที่หมดอายุแล้วจึงยังไม่ว่างให้จดทะเบียนใหม่ในทันที
clientTransferProhibited หมายความว่าอย่างไร
registrar ได้ล็อกโดเมนไว้ไม่ให้โอนย้ายไปยัง registrar อื่นได้ จนกว่าจะปลดล็อกก่อน ถือเป็นมาตรการมาตรฐานเพื่อป้องกันการยึดโดเมน ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด