ค้นหาโดเมนด้วย WHOIS

การค้นหา WHOIS แสดงว่าใครจดทะเบียนโดเมน สร้างเมื่อไร และหมดอายุเมื่อไร พร้อมเนมเซิร์ฟเวอร์และผู้รับจดทะเบียนปัจจุบัน ต่างจากการตรวจสอบ DNS ตรงที่ WHOIS ครอบคลุมข้อมูลการจดทะเบียน ส่วน DNS ครอบคลุมสิ่งที่โดเมนชี้ไปในปัจจุบัน

กรุณากรอกชื่อโดเมนที่ถูกต้อง

ตัวอย่าง: google.com, wikipedia.org, aculix.com

แต่ละช่องข้อมูลหมายถึงอะไร

Registrar
บริษัทที่ใช้ซื้อโดเมน เช่น GoDaddy หรือ Namecheap ทำหน้าที่บริหารจัดการการจดทะเบียนแทน registry
จดทะเบียนเมื่อ
วันที่โดเมนนี้ถูกจดทะเบียนครั้งแรก โดเมนที่มีอายุหลายปีให้ความรู้สึกต่างจากโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างชัดเจน
หมดอายุเมื่อ
วันที่การจดทะเบียนปัจจุบันจะสิ้นสุดลง หากพลาดการต่ออายุ โดเมนอาจหลุดสถานะแล้วถูกปล่อยให้ใครก็ได้จดทะเบียนใหม่
อัปเดตล่าสุดเมื่อ
ครั้งล่าสุดที่ข้อมูลการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง เช่น การต่ออายุ การเปลี่ยน name server หรือการโอนย้าย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบนเว็บไซต์
สถานะ
รหัส EPP ที่บอกว่าโดเมนนี้ทำอะไรได้หรือทำอะไรไม่ได้ในขณะนี้ เช่น ถูกล็อกไม่ให้โอนย้ายหรือไม่ อธิบายเพิ่มเติมด้านล่าง
Name server
เซิร์ฟเวอร์ที่ตอบคำถาม DNS ของโดเมนนี้ การเปลี่ยนค่านี้คือการย้าย DNS ของโดเมนไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ถือครองการจดทะเบียนอยู่ก็ตาม
Registrant
บุคคลหรือองค์กรที่โดเมนนี้จดทะเบียนไว้ในนาม ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ข้อมูลส่วนนี้มักถูกปกปิด ดังนั้นการเห็นช่องว่างเปล่าตรงนี้จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดพลาด

WHOIS ทำงานอย่างไร

ใครเป็นผู้เก็บบันทึกข้อมูล

โดเมนทุกตัวอยู่ภายใต้ registry ซึ่งเป็นผู้ดูแลโซน .com หรือ .org ทั้งหมด และถูกขายให้คุณผ่าน registrar อีกทอดหนึ่ง WHOIS คือการรวบรวมข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายนี้เผยแพร่เกี่ยวกับการจดทะเบียนนั้น

WHOIS ไม่ใช่ DNS

WHOIS บอกว่าใครจดทะเบียนโดเมนนี้และจดทะเบียนเมื่อไร ส่วน DNS บอกว่าตอนนี้โดเมนนี้ชี้ไปที่ไหน โดเมนหนึ่งอาจมีข้อมูล WHOIS ที่ปกติดีแต่ไม่ได้ชี้ไปที่ใดเลย หรือเป็นในทางกลับกันก็ได้

WHOIS กำลังถูกแทนที่ด้วย RDAP

โปรโตคอล WHOIS แบบข้อความเดิมกำลังถูกแทนที่ด้วย RDAP ซึ่งให้ข้อมูลชุดเดียวกันแต่อยู่ในรูปแบบที่มีโครงสร้างและเป็นมาตรฐาน คุณจะยังเห็นชื่อทั้งสองใช้งานคู่กันไป เพราะตอบคำถามเดียวกัน

ทำไมข้อมูลเจ้าของโดเมนมักถูกซ่อน

ปกปิดข้อมูลเป็นค่าเริ่มต้น

นับตั้งแต่ GDPR มีผลบังคับใช้ในปี 2018 registrar ส่วนใหญ่จะปกปิดข้อมูลติดต่อส่วนบุคคลของโดเมนไว้เป็นค่าเริ่มต้น การเห็นช่อง registrant ระบุว่า 'Redacted for Privacy' จึงเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน ไม่ใช่สัญญาณของความผิดปกติแต่อย่างใด

บริการความเป็นส่วนตัวและ proxy

registrar หลายรายยังขายบริการความเป็นส่วนตัวที่นำข้อมูลของผู้ให้บริการเองมาแสดงแทนข้อมูลเจ้าของจริง ดังนั้นแม้แต่โดเมนที่บริษัทจริงเป็นเจ้าของก็อาจแสดงข้อมูลติดต่อของตัวกลางแทนชื่อจริงได้

ข้อมูลส่วนที่ยังเปิดเผยอยู่

ข้อมูล registrar วันที่ต่าง ๆ สถานะ และ name server ยังคงเปิดเผยต่อสาธารณะ สิ่งที่หายไปมีเพียงชื่อและที่อยู่ของบุคคล ไม่ใช่โครงสร้างของการจดทะเบียนทั้งหมด

รหัสสถานะโดเมนที่พบบ่อย

clientTransferProhibited
registrar ได้ล็อกโดเมนไม่ให้โอนย้ายไปยัง registrar อื่น เป็นสถานะที่พบได้ทั่วไปและถือว่าปกติ เพราะช่วยป้องกันการโอนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
clientHold
registrar ได้แจ้งให้ registry หยุดตอบสนอง DNS ของโดเมนนี้ ทำให้เว็บไซต์ใช้งานไม่ได้ มักเกิดจากการต่ออายุที่ยังไม่ได้ชำระเงินหรือมีข้อพิพาท
clientUpdateProhibited
การแก้ไขข้อมูลการจดทะเบียนถูกบล็อกไว้ ซึ่งมักเป็นการล็อกความปลอดภัยที่เจ้าของโดเมนเปิดใช้งานเอง
pendingDelete
โดเมนกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายก่อนถูกยกเลิกการจดทะเบียนและจะถูกปล่อยออกในไม่ช้า อาจไม่สามารถต่ออายุได้อีกแล้ว
redemptionPeriod
ช่วงเวลาผ่อนผันหลังโดเมนหมดอายุ ซึ่งเจ้าของยังสามารถกู้คืนโดเมนได้ โดยมักต้องเสียค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ก่อนที่โดเมนจะถูกปล่อยออกไปจริง
ok
ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ตั้งไว้ โดเมนสามารถอัปเดต โอนย้าย หรือลบได้ตามปกติ

WHOIS ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ก่อนตัดสินใจซื้อ

ตรวจสอบวันหมดอายุและสถานะก่อนจ่ายเงินซื้อโดเมนเสมอ โดเมนที่อยู่ในสถานะ redemptionPeriod หรือ pendingDelete ไม่ได้พร้อมขายจริง ๆ ไม่ว่าประกาศขายจะเขียนไว้ว่าอย่างไรก็ตาม

ประเมินอายุของโดเมน

วันที่จดทะเบียนช่วยให้เห็นภาพคร่าว ๆ ว่าโดเมนนั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีประโยชน์เมื่อคุณกำลังพิจารณาพันธมิตร ลิงก์ backlink หรือผู้ส่งอีเมลที่คุณไม่รู้จัก

แจ้งการใช้งานในทางที่ผิด

ข้อมูล registrar และช่องทางติดต่อสำหรับแจ้งเรื่องละเมิดยังคงแสดงอยู่ แม้ข้อมูลเจ้าของจะไม่แสดงก็ตาม นี่คือช่องทางที่คุณใช้แจ้งโดเมนที่ใช้ฟิชชิงหรือส่งสแปม

คำถามที่พบบ่อย

การค้นหา WHOIS แสดงข้อมูลอะไรบ้าง

ผลลัพธ์ทั่วไปมีผู้รับจดทะเบียน วันที่สร้าง วันหมดอายุ และวันอัปเดตล่าสุด รหัสสถานะของโดเมน และเนมเซิร์ฟเวอร์ที่กำหนดไว้ อาจมีข้อมูลติดต่อของผู้ถือครองโดเมน ผู้ติดต่อด้านบริหาร และด้านเทคนิคด้วย หากรีจิสทรีหรือผู้รับจดทะเบียนเปิดเผยเป็นสาธารณะ

ทำไมข้อมูลติดต่อของผู้ถือครองโดเมนมักถูกซ่อน

ปัจจุบันผู้รับจดทะเบียนส่วนใหญ่ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือครองเป็นค่าตั้งต้น เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวอย่าง GDPR หรือมีบริการความเป็นส่วนตัวแบบเสียเงินที่แทนที่ด้วยข้อมูลติดต่อของตัวแทน การจดทะเบียนในนามองค์กรมักแสดงข้อมูลติดต่อจริงบ่อยกว่าการจดทะเบียนโดยบุคคล

WHOIS กับ DNS ต่างกันอย่างไร

WHOIS รายงานข้อเท็จจริงด้านการจดทะเบียนของโดเมน: ใครจด จดกับผู้รับจดทะเบียนรายใด และถึงเมื่อไร

ส่วน DNS รายงานว่าโดเมนชี้ไปที่ไหนจริง ๆ ในตอนนี้ เช่น เรกคอร์ด A หรือ MX

โดเมนหนึ่งอาจมีข้อมูล WHOIS ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ขณะที่เรกคอร์ด DNS กลับชี้ไปที่ที่ไม่คาดคิด หรือกลับกันก็ได้

ทำไมข้อมูล registrant ถึงถูกซ่อน

เป็นผลจากกฎด้านความเป็นส่วนตัว นับตั้งแต่ปี 2018 registrar ส่วนใหญ่จะปกปิดข้อมูลติดต่อส่วนบุคคลไว้เป็นค่าเริ่มต้น และเจ้าของโดเมนจำนวนมากยังซื้อบริการความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมอีกด้วย ข้อมูล registrar และวันที่ต่าง ๆ ยังคงแสดงอยู่ แต่ตัวบุคคลมักไม่แสดง

สามารถหาได้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของโดเมน

ปัจจุบันแทบจะไม่สามารถรู้ชื่อจริงได้อีกแล้ว WHOIS จะแสดงข้อมูล registrar และบางครั้งก็มีชื่อองค์กรด้วย สำหรับโดเมนที่ถูกปกปิดข้อมูล ช่องทางเดียวที่เข้าถึงได้คือติดต่อผ่านช่องทางแจ้งเรื่องละเมิดของ registrar และมีเพียงคำร้องขอทางกฎหมายเท่านั้นที่จะเปิดเผยตัวเจ้าของจริงได้

WHOIS กับ RDAP ต่างกันอย่างไร

ข้อมูลเหมือนกัน เพียงแต่รูปแบบใหม่กว่า RDAP คือส่วนที่เข้ามาแทนที่โปรโตคอล WHOIS แบบข้อความอิสระรูปแบบเดิม ด้วยรูปแบบที่มีโครงสร้างและเป็นมาตรฐาน ขณะนี้ registry ต่าง ๆ กำลังทยอยเปลี่ยนมาใช้ RDAP แต่ข้อมูลที่คุณได้รับยังคงเหมือนเดิม

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าโดเมนหมดอายุเมื่อไร

วันหมดอายุที่แสดงอยู่ตรงนี้คือคำตอบ แต่ควรรู้ไว้ว่าโดเมนมักยังกู้คืนได้ในช่วงเวลาผ่อนผันหลังวันหมดอายุนั้น ดังนั้นโดเมนที่หมดอายุแล้วจึงยังไม่ว่างให้จดทะเบียนใหม่ในทันที

clientTransferProhibited หมายความว่าอย่างไร

registrar ได้ล็อกโดเมนไว้ไม่ให้โอนย้ายไปยัง registrar อื่นได้ จนกว่าจะปลดล็อกก่อน ถือเป็นมาตรการมาตรฐานเพื่อป้องกันการยึดโดเมน ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด